เนเธอร์แลนด์โชว์พลังอัดตูนิเซีย คว้าแชมป์กลุ่ม F และนัดเดือดกับโมร็อกโก

เนเธอร์แลนด์เอาชนะตูนิเซียแบบสบายๆ จากประตูเข้าประตูตัวเองและลูกโขกปิดเกม การันตีแชมป์กลุ่ม F พร้อมหลบเส้นทางชนบราซิล และเตรียมดวลโมร็อกโก

เครดิตต้นฉบับ: Football | The Guardian — ผู้เขียน: Ed Aarons (รายงานจาก Kansas City Stadium)


ภาพรวมเกม: ชนะสบาย แต่คูมันยังไม่สบายใจ

เนเธอร์แลนด์ปิดงานรอบแบ่งกลุ่มด้วยชัยชนะแบบ “คุมเกมได้” เหนือตูนิเซีย โดยเริ่มจากจังหวะที่เป็นเหมือนของขวัญเมื่อแนวรับตูนิเซียทำเข้าประตูตัวเอง ก่อนที่ ไบรอัน บร็อบบีย์ และ ยาน พอล ฟาน เฮคเคอ จะเติมสกอร์ย้ำชัย ส่งทีมของ โรนัลด์ คูมัน คว้าอันดับ 1 ของกลุ่ม F เหนือญี่ปุ่น และที่สำคัญคือได้ “รางวัล” เป็นการหลีกเลี่ยงเส้นทางที่อาจต้องชนบราซิลในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ไปเจอกับ โมร็อกโก ที่มอนเตร์เรย์แทน

อย่างไรก็ตาม คูมันไม่ปล่อยให้ผลชนะกลบความกังวล เขายอมรับว่ามีช่วงที่ทีมเล่นแบบ “สบายเกินไป” และย้ำว่าเกมถัดไปจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้น โดยชี้ว่าโมร็อกโกเป็นคู่แข่งที่คุณภาพสูงและรู้จักกันดี เพราะมีผู้เล่นหลายคนค้าแข้งอยู่ในเอเรดิวิซี พร้อมบอกตรงๆ ว่า “ยังมีพื้นที่ให้ปรับปรุง” หากหวังไปได้ไกลกว่านี้


สถิติและจังหวะชี้ขาด: ประตูตัวเองทำลายโมเมนตัมตูนิเซีย

เกมนี้มีจุดเปลี่ยนตั้งแต่ต้น เมื่อ อิสมาเอล การ์บี ของตูนิเซียพลาดโอกาสทองในกรอบเขตโทษภายใน 70 วินาที จากนั้นไม่ถึงนาทีถัดมา เนเธอร์แลนด์ขึ้นนำจากจังหวะที่ เอลลิเอส สคิรี สกัดบอลครอสอันตรายของ เดนเซล ดุมฟรีส์ เข้าประตูตัวเองแบบน่าเหลือเชื่อ ซึ่งยังถูกระบุว่าเป็น ประตูเข้าประตูตัวเองลูกที่ 12 ของทัวร์นาเมนต์ เทียบสถิติเดิมที่เกิดขึ้นในฟุตบอลโลกที่กาตาร์เมื่อ 4 ปีก่อน ทั้งที่รอบแบ่งกลุ่มยังแข่งไม่จบด้วยซ้ำ

หลังจากนั้น บร็อบบีย์บวกสกอร์เพิ่มจากลูกฟรีคิกที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โหม่งชง/เปิดทางให้หัวหอกซันเดอร์แลนด์ที่ยืนโล่งๆ จบสกอร์ง่ายๆ ขณะที่ตูนิเซียก็ไม่ได้หมดลุ้นเสียทีเดียว เพราะ อานิส เบน สลิมาน มีจังหวะโหม่งเฉียดแบบถ้าขยับอีกนิดอาจเป็นประตู แต่สุดท้ายไม่เปลี่ยนเป็นสกอร์

ครึ่งหลังเนเธอร์แลนด์เกือบได้เพิ่มจากลูกวอลเลย์ของดุมฟรีส์ที่โดนบล็อก และแม้ตูนิเซียจะพยายามฮึด (มีโอกาสจากลูกโหม่งของ ฮาเซม มัสตูรี จากเตะมุมของ ฮันนิบาล เมจบรี) แต่เมื่อสถานการณ์อีกสนามเริ่มส่งผลต่ออารมณ์เกม เนเธอร์แลนด์ก็กลับมา “รีเซ็ตความนิ่ง” ด้วยลูกโหม่งจากเตะมุมของฟาน เฮคเคอ ทำให้ช่องว่างกลับมาเป็นสองประตูอีกครั้ง


เบื้องหลังที่ทำให้เกมนี้ยิ่งกว่าฟุตบอล: ฝนถล่ม-แฟนบอล-กระแสเดอ ยอง

รายงานชี้ว่าวันแข่งเต็มไปด้วยสีสันนอกสนามเช่นกัน ขบวนเดินของแฟนบอลดัตช์ก่อนเกมมีคนท้องถิ่นจากแคนซัสซิตีจำนวนมากมาร่วมใส่สีส้ม ทั้งที่โดยปกติหลีกเลี่ยงสีนี้เพราะไปพ้องกับคู่ปรับของทีม NFL เมืองตัวเอง แต่ก็ “ยอมยกเว้นให้วันเดียว” อย่างไรก็ดี สภาพอากาศเล่นงานหนัก—ฝนกระหน่ำและพายุฟ้าคะนองทำให้กิจกรรมก่อนแข่งต้องยุติ และสนามต้องประกาศให้หลบภัย (shelter-in-place) ก่อนจะยกเลิกคำสั่งราว 1 ชั่วโมงก่อนคิกออฟ แม้หลังจากนั้นยังต้องใส่เสื้อกันฝนในครึ่งหลังอยู่ดีเพราะอัฒจันทร์เปิดโล่ง

ในเชิงทีม คูมันยังออกมาปกป้อง เฟรงกี เดอ ยอง จากกระแสวิจารณ์ในสื่อ หลังนักเตะเคยโต้กลับประเด็นดังกล่าวด้วยประโยคแรงว่า “หลายคนไม่เข้าใจฟุตบอล” ภายหลังเกมก่อนที่เนเธอร์แลนด์ถล่มสวีเดน 5-1 และในนัดนี้ เดอ ยองก็ยังเป็นแกนคุมจังหวะเกมอีกครั้ง แม้ทีมจะมีความกังวลเรื่องอาการเจ็บและจัดชุดเกือบเต็มกำลัง โดยขาดเพียง มิกกี ฟาน เดอ เฟน กับ คริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ที่ติดโทษแบนจากใบเหลืองสะสม


ตูนิเซีย: เปลี่ยนกุนซือกลางทาง แต่ปัญหาเดิมยังอยู่

ฝั่งตูนิเซียมีเรื่องราวไม่แพ้กัน เมื่อ แอร์เว เรอนาร์ รับงานกุนซือแทนซาบรี ลามูชี หลังทีมโดนสวีเดนถล่ม 5-1 ในนัดเปิดสนาม โดยเรอนาร์เพิ่งกำลังพักดูฟุตบอลโลกอยู่ที่เซเนกัลก่อนถูกโทรเรียกตัว รายงานระบุว่านี่เป็นเกมที่ 145 ของเขาในฐานะโค้ชทีมชาติ และเคยคุมทีมจากแอฟริกามาแล้วหลายประเทศ รวมถึงเคยคุมแซมเบียสองช่วงเวลา อีกทั้งเขาเคยสร้างเซอร์ไพรส์กับซาอุดีอาระเบียด้วยการชนะอาร์เจนตินาในฟุตบอลโลกครั้งก่อน

ก่อนเกมเรอนาร์ยังเปรยว่าอาจอยู่กับ “คาร์เธจ อีเกิลส์” ต่อ เพราะ “คิดถึงแอฟริกา” แต่หลังเกมนี้อาจต้องคิดหนัก เมื่อเขายอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า “เราไม่ดีพอ” โดยเฉพาะ 10 นาทีแรกที่ทีมเสียรูปเกมจนโดนลงโทษทันที และเมื่อจบรายการ ตูนิเซียต้องกลับบ้านด้วย ผลต่างประตูได้-เสียติดลบ 10 ซึ่งสะท้อนปัญหาเกมรับและความผิดพลาดส่วนบุคคลอย่างเจ็บแสบ


มองไปข้างหน้า: โมร็อกโกคือบททดสอบจริง และศึกกับเวลา-ระยะทาง

หลังยึดแชมป์กลุ่มได้ เนเธอร์แลนด์ต้องเตรียมเดินทางหนักต่อทันที เพราะ “รถบัสออรานเยอ” ที่กลายเป็นภาพคุ้นตาในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ ต้องเคลื่อนจากเส้นทางที่ทีมปักหลักอยู่ในสหรัฐฯ ไปยังมอนเตร์เรย์ทางตอนเหนือของเม็กซิโก โดยรายงานระบุว่าเป็นระยะทางมากกว่า 1,000 ไมล์ ก่อนเกมวันจันทร์ และคูมันก็รับรู้ความท้าทายนี้อย่างชัดเจน ถึงขั้นวางแผนให้ทีมยังซ้อมที่ฐานในแคนซัส และค่อยเดินทางก่อนแข่ง 24 ชั่วโมง

มุมมองส่วนตัวของผู้เขียนข่าวแบบคนทำงานสนาม: นี่คือชัยชนะที่ดู “นิ่ง” และเป็นมืออาชีพ แต่ก็แอบส่งสัญญาณเตือนว่าเมื่อทีมได้เปรียบมากๆ เนเธอร์แลนด์มีช่วงที่ลดความเข้มข้น ซึ่งกับคู่แข่งระดับโมร็อกโก ความผิดพลาดเล็กๆ อาจถูกขยายเป็นผลลัพธ์ใหญ่ทันที อีกด้านหนึ่ง การจัดการเรื่องการเดินทางและการฟื้นตัวในทัวร์นาเมนต์ที่กระจายหลายเมือง น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญไม่แพ้แท็กติกในสนาม


ลิงก์อ่านต่อในหมวดกีฬา

ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่หมวด ข่าวฟุตบอล


สรุปสั้นๆ

เนเธอร์แลนด์ชนะตูนิเซียแบบไม่ต้องเร่งมาก คว้าแชมป์กลุ่ม F และได้เส้นทางที่น่าดึงดูดด้วยการเจอโมร็อกโก แต่คูมันย้ำชัดว่าเกมหน้าต้องยกระดับ เพราะงานจริงเพิ่งเริ่ม

บทความใหม่