DRC พลิกชนะอุซเบกิสถาน 3-1 ทะลุรอบ 32 ทีมบอลโลกครั้งแรก เตรียมชนอังกฤษ

DRC พลิกชนะอุซเบกิสถาน 3-1 จากดับเบิลของโยอาน วิสซา ตีตั๋วรอบ 32 ทีมบอลโลกครั้งแรก และจะพบอังกฤษต่อไปในเกมใหญ่ที่รออยู่

เครดิตต้นฉบับ: The Guardian (Football) | ผู้เขียน: AFP


เกมที่แอตแลนตา: จากฝันร้ายต้นเกมสู่ค่ำคืนประวัติศาสตร์ของ DRC

ทีมชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) สร้างหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ฟุตบอลของตัวเอง ด้วยการพลิกกลับมาชนะอุซเบกิสถาน 3-1 ในศึกฟุตบอลโลก กลุ่ม K คว้าชัยชนะนัดแรกในฟุตบอลโลกของชาติ และผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรก โดยเกมนี้เล่นกันที่เมืองแอตแลนตา ท่ามกลางผู้ชมเกือบ 70,000 คน ที่ส่วนใหญ่เป็นแฟนบอลชาวคองโก ส่งเสียงหนุนจนบรรยากาศแทบ “ระเบิด” หลังทีมได้ประตูแซงนำ

อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของ DRC ไม่ได้สวยหรูเลย อุซเบกิสถานออกสตาร์ตแบบดุดันสุด ๆ ถึงขั้นมีจังหวะส่งบอลเข้าประตูได้ตั้งแต่ 30 วินาทีแรก แต่ถูกจับล้ำหน้าไปก่อน กระนั้น ความกดดันก็ยังอยู่ต่อเนื่อง และในนาทีที่ 10 กว่า ๆ เอลดอร์ โชมูโรดอฟ กัปตันทีมและดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของอุซเบกิสถาน ก็ได้ช่วงเวลาของตัวเองจริง ๆ เมื่อเขายิงแบบมีคลาสเป็น “ชิพ” โค้งข้ามผู้รักษาประตู ลิโอแนล เอ็มปาซี จากมุมแคบ ส่งอุซเบกิสถานขึ้นนำ 1-0

DRC พยายามตั้งเกมโต้กลับ และเกือบตีเสมอได้จากลูกยิงสุดสวยของ นาธานาเอล เอ็มบูกู ที่พุ่งเสียบสามเหลี่ยม ทว่า VAR เข้ามาเปลี่ยนทุกอย่าง เมื่อผู้ตัดสินมองว่าเอ็มบูกูไปทำฟาวล์แบบ “เบา ๆ” ใส่ เชียร์ซอด นาสรูลลาเยฟ ระหว่างจังหวะขึ้นเกม (มือไปโดนใบหน้ากองหลังอุซเบกิสถาน) ทำให้ประตูถูกริบ และโมเมนตัมของเกมยังไม่เข้าทางฝั่งแอฟริกา


วิสซา จุดไฟคัมแบ็ก: จุดโทษ, ประตูแซง และปิดกล่องช่วงทดเจ็บ

เมื่อเกมทำท่าจะอึดอัดและ DRC ดูเหมือน “เริ่มตัน” ความผิดพลาดจังหวะเดียวก็กลายเป็นทางกลับสู่เกม—และอาจเป็นประตูสู่รอบน็อกเอาต์ด้วย จังหวะเข้าปะทะแบบผลีผลามของ อับดุโคดีร์ คูซานอฟ (ระบุว่าเป็นผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ ซิตี้) ไปทำฟาวล์ใส่ โยอาน วิสซา ในกรอบเขตโทษ ส่งให้ DRC ได้ลูกจุดโทษ

วิสซาลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารด้วยตัวเอง ก่อนยิงอย่างนิ่ง ส่งผู้รักษาประตู อับดูโวฮิด เนมาตอฟ พุ่งผิดทาง ตีเสมอ 1-1 พร้อมปลุกเสียงเชียร์ให้ดังลั่นทั้งสนาม นี่คือช่วงเวลาที่เกมเปลี่ยนทิศทันที เพราะหลังจากนั้นเพียง 2 นาที DRC ก็ได้ประตูแซงนำ 2-1 จากจังหวะยิงแฉลบของ เมสแชค เอเลีย ที่บอลเหมือนชะลอให้ ฟิสตอน มาเยเล สอดเข้ามาตัดหน้าผู้รักษาประตู ก่อนสะกิดบอลเข้าประตูไป แฟนบอลคองโกในสนามแทบคลั่ง เพราะมันไม่ใช่แค่ประตูนำ—แต่มันคือ “ประตูแห่งประวัติศาสตร์” ที่พาทีมเข้าใกล้การผ่านเข้ารอบแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ วิสซามาย้ำชัยด้วยประตูปิดกล่อง 3-1 ด้วยการปั่นโค้งจากหน้าเขตโทษเข้าเสาไกลอย่างเฉียบคม เป็นประตูที่สองของเขาในเกม และทำให้ยอดรวมของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้เพิ่มเป็น 3 ประตู สะท้อนชัดว่า DRC ไม่ได้เข้ารอบเพราะโชคช่วยเพียงอย่างเดียว แต่มี “ตัวจบสกอร์” ที่พร้อมตัดสินเกมในจังหวะสำคัญ


ปลายทางต่อไปคืออังกฤษ: งานใหญ่ของเดซาบร์ และบทเรียนโหดของคันนาวาโร

ชัยชนะนัดนี้ส่งให้ DRC ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย และถูกจับให้ไปพบกับ อังกฤษ ต่อไป ซึ่งเฮดโค้ช เซบาสเตียง เดซาบร์ ย้ำชัดว่าทีมจะเริ่มทำงานเตรียมตัว “ทันที” พร้อมบอกด้วยว่าในทีมมีผู้เล่นบางส่วนที่เล่นอยู่กับสโมสรในลีกอังกฤษ ซึ่งน่าจะช่วยในแง่ข้อมูลและการปรับตัวต่อสไตล์การเล่นได้ เขามองว่านี่คือ “แมตช์ใหญ่มาก” สำหรับทีม และจะเตรียมให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้

ในอีกด้าน อุซเบกิสถานทราบก่อนคิกออฟแล้วว่าโอกาสเข้ารอบแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องการ “การพลิก” เรื่องผลต่างประตูได้เสียแบบมหาศาลเพื่อแซงขึ้นไป แต่ ฟาบิโอ คันนาวาโร ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้วางหมากฝั่งอุซเบกิสถาน เน้นย้ำกับลูกทีมว่าอย่างน้อยการคว้าชัยชนะให้ได้จะเป็น “มรดก” ที่จับต้องได้สำหรับฟุตบอลโลกครั้งแรกของประเทศ พวกเขาเริ่มเกมดีมากและมีช่วงเวลาที่เหนือกว่า แต่สุดท้ายความโหดของทัวร์นาเมนต์ระดับนี้ก็สะท้อนออกมา เมื่อคันนาวาโรกล่าวว่า “ฟุตบอลโลกมันโหด” นักเตะทุ่มเททุกอย่าง และความเศร้าหนักที่สุดอยู่ในห้องแต่งตัว พวกเขาเจ็บปวดมากกว่าคนอื่นในอุซเบกิสถานเสียอีก

มุมมองส่วนตัวของผู้เขียนข่าวฉบับนี้: เกมนี้เป็นตัวอย่างคลาสสิกของฟุตบอลทัวร์นาเมนต์—รายละเอียดเล็กน้อยอย่างจังหวะฟาวล์ในเขตโทษ หรือการโดน VAR ริบประตู สามารถเปลี่ยนเส้นทางของประเทศหนึ่งทั้งประเทศได้ในคืนเดียว DRC แสดงให้เห็นทั้งความอดทนและการฉวยโอกาส ขณะที่อุซเบกิสถานเห็นชัดว่าการเริ่มดีไม่พอ หากคุมวินัยเกมรับไม่ได้ในช่วงที่เกมแกว่ง


ภาพรวมแอฟริกาในทัวร์นาเมนต์: ไปได้ไกลกว่าที่หลายคนคาด

การเข้ารอบของ DRC ยังต่อยอดภาพใหญ่ที่น่าสนใจของทีมจากทวีปแอฟริกาในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยรายงานระบุว่าในบรรดา 10 ทีมจากแอฟริกา มีเพียง ตูนิเซีย ที่ตกรอบไปแล้ว ขณะที่ แอลจีเรีย ยังมีโอกาสตามไปสมทบ กลายเป็นหนึ่งใน 8 ชาติ ที่อาจผ่านสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายช่วงวันเสาร์ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นสัญญาณเชิงสถิติว่า “ความลึก” ของฟุตบอลแอฟริกากำลังแข็งแรง และไม่ได้มีแค่ไม่กี่ชาติที่เป็นตัวแทนความสำเร็จเหมือนในอดีต


ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่หมวด: ข่าวฟุตบอล

สรุปสั้น ๆ: DRC พลิกจากตามหลังมาแซงชนะอุซเบกิสถาน 3-1 ด้วย 2 ประตูของวิสซา ตีตั๋วรอบ 32 ทีมบอลโลกครั้งแรก และเตรียมเจองานหนักกับอังกฤษในรอบต่อไป

บทความใหม่